วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เทรนด์จัดห้องนอนสุดชิค By ikea collection 2013


แบบห้องนอน
เผลอแปปเดียวจะผ่านครึ่งปีแรกซะแล้ว เร็วมาก ในขณะที่ใครหลายๆคนยังคงคิดการตกแต่งภายในยังไงให้สวยเก๋เหมาะกับฤดูกาลนี้อยู่  แต่สำหรับ ikea แล้วก้าวล้ำไปกว่านั้น เพราะกำลังจะเปิดตัวคอลเลคชันเทรนด์ใหม่ 2013 กับหลาหลายดีไซน์การแต่งห้องนอน ที่ใครๆเห็นแล้วต้องเป็นปลื้มแน่ๆ
ห้องนอนคันทรี่
การนำผ้าลินินที่มีคุณสมบัติพิเศษโดดเด่นบางอย่าง มาแต่งบ้านไว้อย่างน่าสนใจ คอลเลคชั่นเหล่านี้เป็นการนำเสนอแรงบันดาลใจจาก “Madame Rêve " ซึ่งเป็นช่วงที่ผ้าปู ผ้าลินินลายปัก ผ้าพิมพ์ลวดลายย้อนยุคโบราณ Vichy squares ผ้าม่านเก๋ๆในสไตล์คันทรี่ โรแมนติกหวานๆด้วยสีอ่อน และเฉดชมพู ที่ผสานลายดอกไม้ ทั้ง ผ้าม่าน หมอนอิง ผ้าปู เบาะรองนั่ง เตือนให้นึกถึงสไตล์ English cottages  , วินเทจ, คันทรี่  สแกนดิเนเวีย ที่มีทั้งความโรแมนติก, วัฒนธรรมดั้งเดิม , ร่วมสมัยและเรียบง่าย ไว้ในคอลเลคชันเดียวกัน
ไอเดียห้องนอน
ห้องนอนคอทเทจ
ห้องนอน
ห้องนอนสแกนดิเนเวียร่วมสมัย
อย่างไรก้อตามสีฉูดฉาดทันสมัยที่สุดสำหรับปี 2012 ก็น่าจะยังคงฮิตกันอยูในปี 2013 จึงนำมาจับคู่กันให้เกิดความใหม่ที่แตกต่าง อย่างเช่นห้องที่มีสี tangy colors ที่ผสานกับสีขาวช่วยให้ห้องดูร่วมสมัย และอีกมากมายสำหรับไอเดียแต่งห้องนอนที่จะตื่นเต้น มีชีวิตชีวา สร้างบรรยากาศสดใส ทันสมัย ร่าเริง  อินเทรนด์รับปี 2013 ก่อนใครเลยหละค่ะห้องนอนสีม่วง
แบบโมเดิร์น
ห้องนอนร่วมสมัย
ห้องนอน

บทความโดย  www.forfur.com

วันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2557

บ้านไม้ติดล้อ

แบบบ้านไม้หลังเล็ก ออกแบบให้ใช้สอยได้เต็มที่

บ้านไอเดีย นำแบบบ้านไม้ขนาดเล็ก ถอดประกอบสำเร็จรูปมาให้ชมกัน เผื่อจะมีท่านผู้อ่านท่านใดกำลังมองหาไอเดียสร้างบ้านหลังเล็กๆไว้ในสวนหลังบ้าน หรือในไร่ ไว้พักผ่อนในวันว่างหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ เนื้อที่ใช้สอยขนาด 12.6 ตารางเมตร ไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถออกแบบให้เป็นที่อยู่อาศัยที่น่ารักและสะดวกสบายไว้ ทั้งยังสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายอีกด้วย มีลานระเบียงหน้าบ้านไว้นั่งเล่น นั่งรับประทานอาหาร กรอบประตู หน้าต่างกระจกสีขาว เพื่อให้ตัดกับสีน้ำตาลของตัวบ้าน

ออกแบบ : Sol Haus
เนื้อหา : บ้านไอเดีย


บ้านไม้สำเร็จรูป



เปิดประตูเข้าไปจะเจอห้องนั่งเล่นและมุมทำงาน โซฟาหันหน้าออกมาทางระเบียง เหมือนได้นั่งชมบรรยากาศภายนอกตลอดเวลา ชั้นวางรองเท้าติดผนัง อยู่ใต้โต๊ะทำงาน ประหยัดเนื้อที่และไม่สร้างความเกะกะให้กับบ้าน เพดานสูงช่วยทำให้บ้านขนาดเล็กมีความปลอดโปร่งมากยิ่งขึ้น เตียงนอนลอยอยู่บนห้องครัว หลังคาเพดานที่ห้องนอน จึงเว้นช่องสำหรับติดหน้าต่างกระจก เพื่อทำให้การนอนหลับไม่อึดอัดจนเกินไป

ตกแต่งภายในบ้านเล็กๆ

บ้านไม้เคลื่อนย้ายได้

ออกแบบตกแต่งภายใน

เพดานกระจก

จัดมุมนั่งเล่น

บ้านไม้หลังเล็ก

บ้านติดล้อ

วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557

การติดวอลเปเปอร์

ขั้นตอนการติดวอลเปเปอร์ ที่คุณก็ทำได้ด้วยตัวเอง
หากคุณต้องการเปลี่ยนผนังที่ทาสีไปบุกระดาษปิดฝาผนังหรือ Wallpaper นั้น  ต้องดูสภาพผนังของคุณก่อน  หากผนังของมีสีจัดจ้าน ให้ทาสีขาวทับลงไป แล้วค่อยติด Wallpaper ที่ต้องทาสีขาวทับลงไปก็เพื่อไม่ให้สีของผนังไปข่มทำให้ Wallpaper ดูสีเปลี่ยนไปจากที่ตั้งใจ แต่หากท่านจะเปลี่ยนผนังที่บุ Wallpaper เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย เพราะการติด Wallpaper  ส่วนใหญ่จะใช้กาวเป็นตัวปิดประสาน และกาวนี้จะมีความลื่นไม่เกาะเนื้อสี
ขั้นตอนการติด Wallpaper 
1. การเตรียมผนัง หรือ เพดาน (คอนกรีต / ไม้อัดเรียบ / ยิปซั่มบอร์ด)

- ทำความสะอาดผนังที่จะทำการติดตั้งวอลล์เปเปอร์ให้เรียบร้อย
- หากผนังไม่เรียบให้ขัดผนังด้วยหินขัด หรือกระดาษทรายให้เรียบ
- หากผนังเป็นร่อง มีรอยร้าวให้แต่งผนังให้เรียบโดยใช้ยิปซั่ม หรือปูนดำผสมน้ำ และกาวลาเท็กซ์โป้วร่องให้เรียบ
2. วัดความสูง และความกว้างของผนังที่จะทำการติดตั้ง เพื่อเตรียมวอลล์เปเปอร์ที่จะนำมาติด
3. แบ่งผนังให้เหมาะสม และเสียเศษน้อย ใช้ลูกดิ่งจับดิ่งจากฝาผนังลงมาที่พื้น และขีดเส้นตามแนวดิ่ง เพื่อจับแนวเวลาต่อลายให้ตรง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องลายเอียงการจับดิ่งนั้นจะจับจุดใดจุดหนึ่งก็ได้ แต่ส่วนใหญ่จะจับจากหน้าประตูตรงวงกบก่อน
3. นำวอลล์เปเปอร์ที่จะติดมาเทียบลาย และ ตัดให้ได้ขนาดตามความสูงของผนังหรือเพดาน เผื่อด้านหัว-ท้ายไว้ตามสมควรแล้วเขียนด้านหลังของวอลล์เปเปอร์ตามลำดับก่อน - หลัง
4. นำลูกกลิ้งที่มีฟองน้ำชุบแป้งเปียกกลิ้งด้านหลังวอลล์เปเปอร์ให้ทั่ว เว้นขอบริมไว้ด้านละ 1-1.5 นิ้ว แล้วพับวอลล์เปเปอร์ด้านบนและล่างเข้าหากัน เพื่อสะดวกในการนำไปติดตั้งเพราะแป้งเปียกจะแห้งช้า
5. นำวอลล์เปเปอร์ที่ลงแป้งเปียกแล้วมาติดบนผนัง โดยติดริมวอลล์เปเปอร์ด้านใดด้านหนึ่งกับเส้นแนวดิ่งแล้วนำไม้อัดหุ้มด้วย พรมอัดรีดบนวอลล์เปเปอร์จากซ้ายไปขวาหรือขวาไปซ้ายเข้าหากำแพงเพื่อไล่ฟองอากาศ
6. หลังจากติดวอลล์เปเปอร์แผ่นแรกไปแล้ว ให้นำวอลล์เปเปอร์แผ่นที่สองมาชนกับแผ่นแรก โดยจับลายแผ่นแรก และ แผ่นที่สองให้ตรงกัน แล้วไล่ฟองอากาศวอลล์เปเปอร์แผ่นที่สอง หลังจากนั้น ให้เปิดริมวอลล์เปเปอร์ทั้งสองแผ่นแล้วทากาวลาเท็กซ์ลงบนผนัง ระหว่างรอยต่อทั้งสองด้าน ปิดริมวอลล์เปเปอร์ทั้งสองด้านให้สนิทกัน หลังจากนั้นใช้ลูกกลิ้งไม้กลิ้งตามรอยต่อเพื่อให้รอยต่อริมวอลล์เปเปอร์สนิทและแน่นขึ้น
7. หลังจากนั้นให้ติดวอลล์เปเปอร์ตามวิธีการข้างต้นจนเต็มพื้นที่ที่ต้องการ

วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ข้อควรรู้ สำหรับการ ทาสีบ้านใหม่ ตกแต่งบ้านใหม่

ปัจจุบันผนังบ้านของเรามักจะเป็นผนังก่ออิฐฉาบปูนเรียบ (จริงหรือเปล่า) ทาสี
การทาสีผนังแบบนี้จะแบ่งสีออกเป็น 2 ชนิด
การเตรียมพื้นผิวที่จะทาสี
ก่อนทำการทาสีควรตรวจสอบดูก่อนว่าผนังเก่าของคุณมีรอยร้าวหรือไม่
หากพบว่ามีรอยแตกร้าวก็สามารถทำการโป้วด้วยอะคริลิกซิลิโคน (สีขาว)
หากพบสีหลุดร่อนก็ทำการขูดออกเสียก่อนที่จะขัดด้วยกระดาษทรายเบอร์ 4 อีกครั้ง
เพื่อความเรียบเนียนของพิ้นผิว
เมื่อทราบขั้นตอนการเตรียมพื้นผิวแล้ว ก็มาทำความรู้จักกับสีที่จะใช้กันเลยครับ
สีที่ใช้สำหรับงานปูน ได้แก่ สีทารองพื้นและสีจริง แตกต่างกันอย่างไร มีคำอธิบายครับ
1. สีทารองพื้น มีอยู่ 2 ชนิดด้วยกันครับ ได้แก่
- สีทารองพื้นชนิดที่ทำจากอะคริลิก ซึ่งจะช่วยป้องกันเชื้อราใช้ทารองพื้นผนังปูนฉาบทั่วๆ ไป
ก่อนทาควรผสมน้ำเจือจางประมาณ 20% ของสี
- สีทารองพื้นชนิดที่ทำมาจากอัลคาไล
สีชนิดนี้นอกจากจะป้องกันเชื้อราได้ดีแล้ว ยังป้องกันความชื้นได้ดีกว่าสีทารองพื้นชนิดที่ทำจากอะคริลิก
การใช้งานกับบ้านเก่าควรเลือกสีประเภทนี้ ชนิดรองพื้นปูนเก่าผสมน้ำ 20% ทารองพื้นก่อนทาสีจริง
2. สีจริงหรือที่เราเคยได้ยินกันติดหูว่าสีน้ำพลาสติกนั่นล่ะครับ
สีพวกนี้ทำมาจากสารจำพวกลาเท็กซ์และอะคริลิก มีการยึดเกาะและยืดหยุ่นที่ดี
มีส่วนผสมที่สามารถต่อต้านเชื้อรา เหมาะกับสภาพอากาศเมืองร้อนอย่างบ้านเรา ทำความสะอาดง่าย
ก่อนใช้ควรผสมน้ำให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสมตามที่ผู้ผลิตสีแนะนำไว้ (ข้างกระป๋องไงครับ)
สีที่ใช้สำหรับงานไม้
สีชนิดนี้มีประโยชน์ในด้านการป้องกัน ไม่ให้ความชื้นจากภายนอกเข้าไปทำลายเนื้อไม้
และยังช่วยรักษาความชื้นสัมพัทธ์ของเนื้อไม้เอาไว้ได้ดี
ไม้จึงไม่เกิดการแตกร้าวหากได้รับการทาสีอย่างถูกวิธี
สีทาไม้แบ่งออกเป็น 2 ชนิดเช่นเดียวกับสีทาปูน คือสีรองพื้นและสีจริง
1. สีทารองพื้นไม้ มีอยู่ 2 ชนิดด้วยกันครับ ได้แก่
สีทารองพื้นไม้ชนิดผสมอะลูมิเนียม ใช้ทารองพื้นไม้ชั้นแรก
เพื่อป้องกันยางไม้และความชื้นภายในไม่ให้ไหลออกมาปะปนกับสีจริง
สีทารองพื้นไม้สีน้ำมัน เป็นสีที่แห้งเร็วเนื่องจากมีทินเนอร์เป็นส่วนผสมทำให้สีเจือจาง
เหมาะสำหรับทารองพื้นครั้งแรกหรือทาทับไม้ที่เคยทาสีอื่นมาก่อน
สีชนิดนี้ทนทานต่อรอยขีดข่วนดี และทนความร้อนได้สูงถึง 90 องศาเซลเซียส
2. สีจริง คือสีที่ทาลงไปชั้นนอกสุดเพื่อความสวยงาม สามารถเลือกได้ว่าจะใช้สีโทนไหน
จะเอาหวานแหววหรือเข้มขรึมสักแค่ไหนแล้วแต่ความชอบของแต่ละท่าน
ส่วนใหญ่ทำมาจากใยสังเคราะห์ เนื้อสีที่ทาแล้วจะมีความมันเป็นเงางาม มีการต้านทานเชื้อราที่ดี
ทนการขีดข่วนพอสมควร บางชนิดทนความร้อนได้สูงถึง 93 องศาเซลเซียส
สีที่ใช้สำหรับงานโลหะ จัดแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือสีทารองพื้นและสีจริง
1. สีทารองพื้นโลหะ มีอยู่ 2 ชนิดด้วยกันครับ ได้แก่
สีทารองพื้นโลหะชนิดผสมผงซิงค์โครเมท ภาษาชาวบ้านก็คือสีกันสนิมนั่นล่ะครับ
สีชนิดนี้ จะทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้เหล็กสูญเสียอิเล็กตรอนให้กับอากาศ ดังนั้นเหล็กจึงไม่เกิดสนิม
ก่อนทาควรกำจัดสนิมให้หมดเสียก่อนแล้วผสมให้เจือจางด้วยทินเนอร์
สีทารองพื้นโลหะชนิดที่ทำมาจากอีพอกซี่ ใช้ทารองพื้นผิวที่เป็นเหล็กป้องกันการกัดกร่อนได้ดีมาก
สีชนิดนี้ส่วนใหญ่จะใช้ทารองพื้นโลหะในเรือเดินสมุทร
2. สีจริง เป็นสีที่ใช้ทาทับเพื่อความสวยงาม เป็นสีน้ำชนิดเดียวกับที่ใช้ทาไม้นั่นล่ะครับ
เนื่องจากสีน้ำมันมีคุณสมบัติการยึดเกาะได้ดีทั้งไม้ ปูนและโลหะ (ผิวไม่เรียบ)
อุปกรณ์ทาสี
เครื่องไม้เครื่องมือที่คุณจะต้องเตรียมสำหรับการทาสี ก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน
ต้องเลือกใช้ให้ถูกประเภทของสี
เป็นความรู้ในการเลือกซื้อถูกจะได้ไม่ต้องเสียเงินฟรี หรือเสียเวลาเอาไปเปลี่ยนการทาสีน้ำมัน
คุณจะต้องเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ ดังนี้
แปรงสำหรับทาสีน้ำมัน มีขนาดความกว้างหลายขนาด หากพื้นที่กว้างก็เลือกชนิดหน้ากว้าง
หากพื้นที่แคบก็เลือกขนาดเล็ก ๆ สักหน่อยสีจะได้ไม่เลอะส่วนที่อยู่ใกล้เคียงบริเวณที่จะทา
ภาชนะผสมสี
ควรเตรียมให้มีขนาดที่เหมาะสม เพราะการผสมสีต้องผ่านกรรมวิธีการคนสีให้เข้ากับทินเนอร์ก่อนทา
ไม่ควรใช้ภาชนะพลาสติกนะครับ เพราะทินเนอร์หรือน้ำมันสนนั้นจะกัดเนื้อผิวพลาสติกจนละลาย
ภาชนะแช่และล้างแปรง
เมื่อทาสีเสร็จเรียบร้อย แปรงต่าง ๆ ยังคงสามารถเก็บไว้ใช้ได้
ดังนั้นเราควรมีภาชนะสำหรับแช่และทำความสะอาดแปรงด้วย
ภาชนะไม่ควรเป็นพลาสติก เพราะทินเนอร์หรือน้ำมันสนนั้นจะกัดเนื้อผิวพลาสติกจนละลายเช่นกัน
การทาสีน้ำพลาสติก มีอุปกรณ์ต่างออกไปจากสีน้ำมันดังนี้ครับ
แปรงดอกหญ้า (ทำมาจากดอกหญ้า) ชนิดเดียวกับที่เราใช้กวาดบ้านนั่นล่ะ
แต่จะไม่มีด้ามมัดให้ปลายดอกบานออกใช้จุ่มสีทาได้ ช่างมืออาชีพส่วนใหญ่จะใช้แปรงชนิดนี้
แปรงชนิดนี้ใช้แรก ๆ มักจะมีสีเหลืองตกออกมา
ดังนั้นควรแช่น้ำให้สีตกออกมาเสียก่อนจึงนำไปใช้ทาสีได้
ลูกกลิ้ง จะดีกว่าแปรงตรงที่ทาสีได้สม่ำเสมอและรวดเร็วกว่า
แต่ลูกกลิ้งไม่สามารถทาแทรกเข้าไปตามซอกมุมได้
ดังนั้นจึงต้องใช้แปรงช่วยในการเก็บงานอีกครั้งหนึ่ง
การเตรียมพื้นผิว
ผิวโลหะ :
ถ้าเป็นสนิม อย่ามองข้ามให้กำจัด (ให้สิ้นซาก) ให้หมดก่อน
ด้วยการใช้กระดาษทรายขัดบริเวณที่เป็นสนิม แล้วทารองพื้นกันสนิมก่อนทาสีจริงทับ
ผิวไม้ :
ต้องมั่นใจว่าไม้นั้นแห้งสนิทแล้ว จึงทำการขัดด้วยกระดาษทรายให้เรียบ
เช็ดฝุ่นผงไม้ที่เกิดจากการขัดออกให้หมด ก่อนทาทับด้วยสีรองพื้นไม้กันเชื้อรา
หากเป็นไม้เก่าที่ผ่านการทาสีมาแล้ว แต่สภาพดีก็สามารถใช้กระดาษทรายละเอียดขัดได้เลย
ก่อนล้างฝุ่นออกรอให้แห้งสนิทแล้วจึงทาสีทับต่อไป
แต่ถ้าสีเดิมมีการหลุดร่อน แตกลาย จะต้องใช้น้ำยากัดสีเก่าออกก่อน
น้ำยากัดสีตัวนี้แรงนะครับ ก่อนใช้ต้องมีการป้องกันร่างกายของเราด้วยการใส่ถุงมือ
และระวังอย่าให้กระเด็นถูกส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เพราะว่าจะแสบมาก
เมื่อลอกสีเก่าออกหมดแล้วควรทำความสะอาด จากนั้นทารองพื้น 2 ครั้ง
ทิ้งระยะเวลาห่างกัน 24 ชั่วโมงก่อนทาทับอีกครั้ง
หรือตามคำแนะนำของแต่ละผลิตภัณฑ์ (ข้างกระป๋อง)
ส่วนสีจริงต้องทาชั้นแรกทิ้งไว้ 16 ชั่วโมงแล้วค่อยทาชั้นที่ 2
ผิวปูน :
หากเป็นผนังปูนใหม่ต้องรอให้ผนังแห้งดีเสียก่อน แล้วใช้กระดาษทรายลูบ
เพื่อให้เม็ดทรายหรือคราบน้ำปูนหลุดออกก่อนทาทับด้วยสีรองพื้น และสีจริงตามลำดับ
หากเป็นผนังเก่าให้ตรวจดูสภาพ หากชำรุดมากให้ทำการล้างและขัดออกด้วยแปรงลวด
จากนั้นอุดโป้วรอยร้าวก่อนทำการขัดด้วยกระดาษทราย
ทารองพื้นด้วยสีรองพื้นปูนเก่า 1 ครั้งและสีจริง 3 ครั้ง
ก็เป็นอันพอจะรู้ขั้นตอนต่าง ๆ ของการทาสีกันบ้างแล้วนะครับ
สำหรับท่านใดที่ไม่มีเวลา แต่อยากเปลี่ยนบ้านหลังเก่าของคุณให้ดูใหม่ก็จ้างช่างครับ
แต่เตือนกันไว้สักเล็กน้อยครับ ช่างบางคนตบตาเจ้าของบ้านเพราะความขี้เกียจ
เช่น การเตรียมผิวไม้ต้องขัดกระดาษทรายให้เรียบร้อยก่อนแล้วจึงทาสี
ช่างบางคนแอบใช้สีพลาสติกทาทับอุดรอยเสี้ยนไม้ไปเลย รอจนแห้งแล้วใช้สีน้ำมันทาทับ
ดูว่างานสีน้ำมันค่อนข้างเรียบร้อย แต่นานไปจะเกิดการแตกและหลุดร่อนออกมา
ต้องรื้องานมาซ่อมกันใหม่ภายหลังแบบนี้ไม่ดีแน่ หากมีเวลาแอบดูวิธีการทำงานของช่างบ้างก็จะดีนะครับ